Wednesday, September 3, 2014

Live In Brisbane

ฺBrisbane City

บริสเบน  เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ประเทศออสเตรเลีย อีกทั้งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่อันดับที่ 3 ของประเทศออสเตรเลีย 


Brisbane is the capital and most populous city of Queensland, which  is the third largest in Australia.


ทำไมต้อง บริสเบน??  (Why  Brisbane?)

       "อยากลองไปเรียนเมืองนอกดูไหม??"  พ่อกับแม่ฉันถามขึ้นมาในวันหนึ่ง


      " ไม่อ่ะ เปลืองตังค์  ภาษาอังกฤษก็พูดไม่ได้  เดี๋ยวอดตายพอดี"  ฉันตอบทันที แทบไม่ต้องคิดอะไรเลยล่ะ


          แต่พ่อกับแม่ก็ยังไม่ละความพยายาม  หว่านล้อมต่างๆนานา  จนสุดท้ายท่านก็ประสบความสำเร็จด้วยข้อตกลงที่ว่า  ไม่ต้องไปเรียนก็ได้ ถือว่าไปเที่ยวนะ  " เอิ่ม  เที่ยวเหรอ...น่าสนใจนะ" ฉันคิด


          หลังจากที่ฉันตอบตกลงไม่นาน ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว  เร็วจนตั้งตัวแทบไม่ทันเชียวล่ะ  สุดท้ายฉันก็เดินทางไปแบบงงๆ และยังเข้าใจ(ผิด)ว่าตัวเองกำลังจะไปเที่ยวตั้ง 6 เดือนแน่ะ  แต่ที่ต้องลงเรียนเพราะจะได้ไม่อดตาย(เพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้) อืม...คงเรียนแค่ขำๆอ่ะเนอะ ^___^


          อ้อ! ทำไมต้องบริสเบนน่ะเหรอ  ก็เพราะตอนที่เอเจนท์เอาเมืองมาให้เลือกว่าอยากไปที่ไหน  ฉันบอกว่าฉันอยากไปเมืองที่มีทะเล (เด็กดอยก็งี้แหละ)  เมืองที่อากาศไม่หนาว  ฝนไม่ตกบ่อยเกินไป  เมืองที่ไม่วุ่นวาย แต่ก็ไม่เงียบจนน่าเบื่อ และเป็นเมืองที่คนไทยไม่ค่อยไปกัน  นั่นแหละ คือบริสเบนล่ะ



Holmes Institute  Brisbane
โรงเรียนแรกของฉัน (My First School)
       
           เป็นโรงเรียนที่เต็มไปด้วยความประทับใจ  ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนธรรมดาๆไม่ได้หรูหราอะไร  แต่ที่นี่ก็เปี่ยมไปด้วยความทรงจำ 

         ที่นี่เป็นที่ๆเปลี่ยนทัศนคติของฉันที่มีต่อภาษาอังกฤษโดยสิ้นเชิง  จากคนที่กลัวภาษาอังกฤษมาก และมีทักษะการใช้ภาษาที่เลวร้ายถึงขั้นวิกฤตเลยทีเดียว  กลายเป็นคนที่อยากเรียนภาษา และมีความสุขที่ได้เรียน  


          เพราะอะไรเหรอฉันเฝ้าถามตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่าทำไม ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ฉันเพียรเรียนภาษาอังกฤษมาแทบเป็นแทบตาย กลับสู้ระยะเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์ที่นี่ไม่ได้  ฉันใช้เวลาในการพัฒนาตนเอง จากระดับ Pre-Intermediate จนจบ Upper-Intermediate เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น 


          สิ่งที่ฉันค้นพบนั่นคือ  แรงบันดาลใจและทัศนคติ นั่นเอง  ก่อนหน้านั้นฉันเรียนเพียงเพราะเค้า(ใครก็ไม่รู้)บอกให้เรียน  ครูสอนก็เรียนไป เรียนไปเพื่อสอบให้ผ่าน  เครียดเนอะ >_<


          จริงอยู่ว่าสิ่งแวดล้อมก็สำคัญ แต่ฉันก็เชื่อว่า การที่เราจะทำอะไรซักอย่าง หากเรารู้ว่าเราจะทำไปเพื่ออะไร มีจุดมุ่งหมาย  มีแรงบันดาลใจ  และมีทัศนคติที่ดีต่อสิ่งที่เราทำ  เราจะมีความสุขกับสิ่งนั้น และเราจะทำสิ่งนั้นได้เป็นอย่างดี  (^__^)

  
With my friends
เพื่อน (Friend)

       นอกจากชีวิตในห้องเรียนแล้ว เพื่อนก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความประทับใจที่ดีให้กับฉัน  เพื่อนที่มาจากประเทศต่างๆ  ต่างชาติ ต่างภาษา  ต่างวัฒนธรรม  เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากมาย ทั้งยามมีสติ และยามไม่มีสติ 


          จากวันแรกเมื่อเราได้พบกัน  จนถึงวันที่เพื่อนแต่ละคนต้องแยกย้ายกันไปตามหนทางของตัวเอง  ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีค่าต่อความทรงจำของฉันเสมอ  เธอเหล่านั้นร่วมกันสร้างความเป็นตัวตนของฉันในวันนี้  ฉัน...จากคนที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น  ไม่กล้าคุยกับใคร  เวลาคุยกับใครก็ไม่ยอมสบตา  แอบชอบใครก็ได้แต่แอบมอง(ฮิ้ววววว...)  กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจ กล้าพูด กล้าคุย มากขึ้น ยังรักและคิดถึงพวกเธอเสมอนะ




With my Friends
การพัฒนาและการต่อยอด (Development - One more step)

          หลังจากผ่านพ้นกำหนดเวลา 6 เดือน ที่ตกลงไว้กับพ่อและแม่  กลับกลายเป็นว่าฉันไม่อยากกลับเมืองไทยขึ้นมาซะงั้น  มันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่าง....บางอย่างที่ทุกวันนี้ฉันก็บอกไม่ถูกว่าคืออะไร

          แต่การอยู่ต่อครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่จะอยู่ด้วยตัวเอง  เพราะฉะนั้นแน่นอนล่ะ  ฉันต้องรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง(อย่างน้อยก็ต้องพยายามช่วยตัวเองให้มากที่สุดล่ะ)

          ฉันคิดทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างว่าฉันจะอยู่ทำอะไรที่นี่  แน่ล่ะไม่ใช่การเรียน ป.โท เพราะฉันรู้สึกว่ายังไม่พร้อมและยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนอะไร  สิ่งที่ฉันอยากทำตอนนี้คือการพัฒนาภาษาให้ดีขึ้นแบบที่เจ้าของภาษาเค้าฟังรู้เรื่องโดยไม่ต้องมานั่งตั้งใจฟังเราพูดแบบที่อาจารย์สอนภาษาฟัง

          นี่ไงล่ะ ฉันจึงเกิดไอเดียว่าอยากจะไปเรียนอะไรที่จะมีโอกาสได้เรียนกับคนท้องถิ่นจริงๆ และได้ใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง  แล้วฉันก็ได้คำตอบ....

Hospitality Management : Training in the restaurant


TAFE in Brisbane (TAFE : Technical And Further Education) 

TAFE เป็นสถาบันการศึกษาของรัฐบาลออสเตรเลียที่เปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษและวิชาชีพในทุกสาขาวิชาซึ่งเป็นสถาบันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย บริหารและดำเนินการโดยรัฐบาลแห่งประเทศออสเตรเลีย หลักสูตรทุกหลักสูตรมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล TAFE เปิดสอนหลักสูตรสอนและจัดฝึกอบรมด้านวิชาชีพให้แก่ชาวออสเตรเลียและนักศึกษาทั่วไปรวมไปถึงนักศึกษาต่างชาติอีกด้วย TAFEเป็นสถาบันที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศออสเตรเลียเพื่อฝึกนักศึกษาให้มีความพร้อมในภาคปฏิบัติเพื่อประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ  
(ที่มา: http://www.sydneysquare.com/studyinaustralia/tafe.html )

          หลังจากที่ผ่านการทดสอบจนได้เข้ามาเรียนที่สถาบันแห่งนี้  ฉันได้พบกับเพื่อนใหม่มากมาย ทั้งเด็กนักเรียนท้องถิ่น ทั้งนักเรียนทุนจากโรงแรมต่างๆที่ส่งพนักงานมาเรียน  รวมถึงนักเรียนจากประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, อังกฤษ   และแน่นอน ฉัน นักเรียนไทยเพียงคนเดียวของห้อง 
  
          อาทิตย์แรกที่เปิดเทอมเป็นไปอย่างที่ฉันคิด  ฉันต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก  เนื่องจากอาจารย์สอนเป็นภาษาอังกฤษที่มีระดับความเร็วเป็นปกติ แถมยังไม่พูดซ้ำๆ เหมือนที่โรงเรียนภาษาอีก เพื่อนก็ยังไม่มี  โอ้ย!....เครียด  เครียดอะไร ไม่เท่ากับ การบ้านกองเท่าภูเขาเลากา (ใครบอกว่าเด็กฝรั่งไม่มีการบ้าน  ฉันขอเถียงเลยล่ะ)  หนักใจอะไรไม่เท่าการบ้านที่ต้องพรีเซนต์หน้าห้อง...เฮ้อ....

          ฉันต้องปรับตัว เพื่อให้เรียนให้ทันเพื่อนๆ โดยการตั้งใจมากกว่าคนอื่นๆ เข้าห้องสมุด  อ่านหนังสือไม่เข้าใจอะไรก็พยายามถามอาจารย์  ความอึดอัดใจต่างๆเหล่านี้หายไปทันทีเมื่อคะแนนสอบควอเตอร์แรกออก  คะแนนที่ฉันได้อยู่ในเกณฑ์ดีเป็นที่น่าพึงพอใจ ความกล้าหาญ  ความมั่นใจเริ่มกลับมา  เริ่มสนิทกับเพื่อนๆมากขึ้น  การเรียนของฉันหลังจากนั้นก็เป็นไปด้วยความสนุกสนาน ฉันเริ่มสนุกและมีความสุขกับการได้เรียนรู้ และได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งจากในห้องเรียนและจากเพื่อนๆ 

          ฉันเริ่มเรียนรู้ว่าไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินความพยายามของเรา  หากแม้เราตั้งใจและพยายาม  ถึงแม้จะใช้เวลานานแค่ไหน สุดท้ายความพยายามของเราก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด

          

My part-time job

งานพิเศษ (Part-time job)

          สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้สำหรับการไปใช้ชีวิตต่างแดนของฉันนั่นคือการทำงาน  แน่นอนล่ะอาชีพสามัญของนักศึกษาไทยส่วนใหญ่ย่อมหนีไม่พ้น การทำงานร้านอาหารไทย

          ร้านอาหารไทยที่บริสเบนมีหลายร้าน กระจายไปตามที่ต่างๆ มีทั้งที่คนไทยเป็นเจ้าของ และร้านที่ไม่ได้มีคนไทยเป็นเจ้าของ  ฉันเองก็ได้เข้าไปทำงานในหลายๆร้าน แต่ละร้านก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป  หากเราเริ่มคล่องทั้งในด้านภาษาและทักษะการทำงาน บวกกับเริ่มมีช่องทางก็เริ่มขยับขยายไปทำร้านอื่นๆ  หรืองานอื่นๆ ตามแต่โอกาสจะอำนวย

          ประสบการณ์จากร้านอาหารก็เหมือนสีสันอีกอย่างหนึ่งของชีวิตทั้งในแง่บวกและในแง่ลบ  ฉันว่าเป็นสถานที่ฝึกจิตใจให้เข้มแข็งอดทนได้เป็นอย่างดีเลยนะ

My holiday in Melbourne
วันหยุด (Holiday)
 
          วันหยุดเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญของคนที่นี่เลยนะ  เพราะฉันมักจะโดนเพื่อนๆถามเสมอว่า วันหยุดที่ผ่านมาเธอไปเที่ยวไหนมา ไม่ก็ เธอทำอะไรในวันหยุด

          คำตอบของฉันมีอยู่สองอย่าง คือ ทำงาน และ นอน  มันก็จริงนี่น่า  ฉันต้องทำงานหาค่าเรียนเอง หากมีเวลาว่างฉันก็ต้องทำงาน ถ้าไม่มีงานก็อยากจะนอนเฉยๆไม่อยากจะไปไหนทั้งนั้น

          ซึ่งเพื่อนๆ มักจะบอกเสมอ ว่าคำตอบของฉันมันน่าเบื่อ  ถึงขนาดที่ว่ามีเพื่อนคนหนึ่งถามฉันว่าฉันมาที่นี่เพื่ออะไร  เพื่อมาทำงาน เพื่อมาเรียน หรือเพื่อหาประสบการณ์    หากการทำงานน้อยลงทำให้รายได้ลดลง ก็ให้ประหยัดมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ถ้าฉันลดการทำงานลงฉันก็จะพอมีเวลาออกไปหาประสบการณ์อื่นๆมากขึ้น  พูดง่ายๆว่าฉันควรออกไปเที่ยวบ้างสินะ

          นั่นล่ะมันจึงทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าจริงๆแล้วเราด้นดั้นมาถึงที่นี่เพื่ออะไร  ถ้าฉันอยากเรียน  ถ้าฉันอยากทำงานหาเงิน ฉันทำที่เมืองไทยก็ได้  ไม่ต้องมาถึงที่นี่หรอกจริงไหม

          นี่สินะ  ที่เค้าว่ากันว่า "ควรใช้ชีวิตให้มีความสมดุล"  เหนื่อยนัก ก็พักบ้าง  มีแรงก็สู้กันต่อไป


          ประสบการณ์ต่างๆที่ฉันได้รับจากการผจญภัยครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตฉันไปมากมาย  ฉันได้เรียนรู้  ได้รับ และได้ให้สิ่งดีๆมากมายระหว่างการเดินทางอันยาวนานครั้งนั้น

          แต่สิ่งทั้งหมดนี้ไม่อาจเกิดขึ้นมาได้เลย หากขาดแรงสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่จากพ่อและแม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่คอยทั้งผลักทั้งดันให้กบน้อยในกะลาตัวนี้ได้ออกไปเห็นโลกกว้าง   ให้ได้มีโอกาสไปเรียนรู้สิ่งต่างๆที่มีค่ามากมาย  ขอบพระคุณจริงๆค่ะ


PS. English Version is coming soon.....

9 comments:

  1. อ่านแล้วชื่นชม คุณพ่อ คุณแม่ของชมพู่ ที่มีvision กว้างไกลให้ลูกออกไปสู่โลกกว้างตั้งแต่ยังเด็ก และชื่นชมชมพู่ด้วยที่ มุ่งมั่น ตั้งใจ พยามยาม จนพี่ไม่สงสัยเลยว่า สิ่งที่ชมพู่เป็นในตอนนี้นั่นมาจากพื้นฐานของความมุ่งมั่นของน้องนั่นเอง บ้านเมืองสวย ภาพสวย ขอบคุณสำหรับความรู้ที่แบ่งปัน ออสเตรเลียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่พี่อยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต หากมีโอกาส Have a nice day จ้ะ

    ReplyDelete
  2. ไว้อาลัยให้กับชมพู่ version ผอม 3 วินาที TT
    เป็น blog ที่เขียนได้ดีก็สมกับเป็นชมพู่จริงๆ คิดว่าคนที่ได้มาอ่านโดยเฉพาะนัองๆ นักเรียน นักศึกษา คงมีกำลังใจที่จะทำแบบชมพู่บ้าง
    เห็นความมานะ พยายาม สุดๆ กว่าจะเป็นชมพู่ในทุกวันนี้ได้ เธอสู้จริงๆ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆทั้งเรื่องภาษา ทักษะชีวิต (และน้ำหนักตัว) แต่เธอทำให้เราเห็นแล้ว
    หยุดฝันก็ไปไม่ถึง

    อีกไม่นานเราคงได้เห็น ดร ชมพู่ ครับ

    ReplyDelete
  3. พี่ไม่แปลกใจว่าทำไหมชมพูทำไหมพูดอังกฤษได้เป๊ะ และเก่งในหลายๆด้านเพราะประสบการณ์และความตั้งใจของน้องชมพู่นี่เอง ที่สอนให้รู้ว่าประสบการณ์เป็นสื่งที่สำคัญมากในการใช้ชีวิต สุดยอดครับน้องชมพู่

    ReplyDelete
  4. ขอบคุณเรื่องราว ประสบการณ์ชีวิตที่นำมาถ่ายทอดให้พวกเรานะคะพี่ชมพุ๋ อ่านจบแล้วน้ำหวานมีกำลังใจขึ้นเยอะ เอาล่ะวะ(ค่ะ) ต่อไปนี้ชั้นจะไม่ต่อต้าน จะพุ่งชนกะเธอ ภาษาอังกฤษ ทุกอย่างมันไม่ยากจนทำไม่ได้ ถ้าเรามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มันต้องได้สิ ดูพี่ชมพู่เป็บแบบอย่าง ว่าแต่คุยกะเพื่อนทั่งที่มีสติ และไม่มีสติ นี่ขอขยายความหน่อยนะคะ 5555
    karnpitcha wongsajam 572132011

    ReplyDelete
  5. ขอชื่นชม ชมพู่ มากๆครับ มีความตั้งใจเพื่อการเรียนรู้เป็นอย่างมาก จากประสบการณ์ที่ชมพู่เล่ามาทั้งหมด ไม่แปลกใจเลยว่าชมพู่ เป็นคนมีองค์ความรู้เยอะ และตัดสินใจไปเมืองที่คนไทยไม่ค่อยไปกัน เมืองบริสเบนเหรอครับ ถ้าเป็นพี่ คงไม่เลยไป คงจะไปที่มีเพื่อนนักเรียนไทยด้วย 555

    ReplyDelete
  6. ก่อนอื่น....ขอชื่นชมคุณพ่อคุณแม่ของชมพู่นะค่ะ
    และในตัวชมพู่ด้วย มิน่า ภาษาถึงเป๊ะเว่อร์ค่ะ
    ปราบปลื้มใจแทนคุณพ่อคุณแม่ของชมพู่นะค่ะ
    ประสบการณ์ในชีวิตต่างแดน...
    สั่งสมทำให้ชมพู่เป็นคนกล้าและเก่งในปัจจุบันค่ะ
    pimnada_572131003

    ReplyDelete
  7. ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าชื่นชมมาก ที่พ่อแม่ส่งให้พี่ชมพูไปเรียนได้ภาษามาแบบเหมือนเจ้าของภาษาตัวจริงเลย อิอิอิ ขอบคุณที่ให้ได้รู้สึกกับประสบการณ์นี้ jurairat jumpajom 572132012

    ReplyDelete
  8. " I'm so happy in the new way of my journey, more patient, more smile and got the impressive that I will never forget."
    Pi Choompoo , I like your words. I think journey is very important for us. Not only it can relax ourself, also it can teaches us how to find some meaningful things. Thank you so much for you experience.

    ReplyDelete
  9. ชมพู่ คุณกลับมาเมืองไทยทำไม ทำไมไม่สานฝันต่อให้เป็นจริงที่ Australia แต่ผมก็เชื่อว่าประสบการณ์ที่ชมพู่ได้จากที่นั่น ออกดอกออกผลต่อมาถึงชมพู่ในปัจจุบันที่เพื่อนๆ ได้เห็นศักยภาพและชื่นชมชมพู่ไม่น้อย ผมเพิ่งจะได้คำตอบที่ว่าทำไมชมพู่ถึงเป็น Translator ให้กับ Jing ได้เป็นอย่างดี งานหนักของผมก็เลยเบาลงไปมาก ผมเองเคยไปแต่ที่ Melbourne และประทับใจ Tram transportation ของเขามาก และมีความหวังไว้ว่าอยากไป Australia อีกสักครั้ง มองดู international conference ดีๆ ที่นี่ไว้เหมือนกัน อยากกลับมาอีกครั้งจริงๆ ผมมีลูกศิษย์อยู่ที่ Aussie เยอะมาก ถ้าได้มาไม่ต้องกลัวเหงาแน่ๆ หวังว่าประสบการณ์ที่นี่จะทำให้ชมพู่เป็นนักสู้ต่อไป สู้เพื่ออนาคต สู้เพื่อความฝัน ผมเคยผ่านประสบการณ์คล้ายๆ กับชมพู่เหมือนกันสมัยที่ผมไปเรียนอเมริกาตอนปริญญาโท ขอทุนรอนพ่อแม่ไปนิดหน่อย และไปหางานทำที่นั่นเช่นกัน ยอมรับว่าเหนื่อยและท้อหลายครั้ง แต่ก็จบกลับมาจนได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราแข็งแกร่งในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ที่สำคัญ... ได้รู้คุณค่าของเงินและเวลา

    ReplyDelete