"อยากลองไปเรียนเมืองนอกดูไหม??" พ่อกับแม่ฉันถามขึ้นมาในวันหนึ่ง
" ไม่อ่ะ เปลืองตังค์ ภาษาอังกฤษก็พูดไม่ได้ เดี๋ยวอดตายพอดี" ฉันตอบทันที แทบไม่ต้องคิดอะไรเลยล่ะ
แต่พ่อกับแม่ก็ยังไม่ละความพยายาม หว่านล้อมต่างๆนานา จนสุดท้ายท่านก็ประสบความสำเร็จด้วยข้อตกลงที่ว่า ไม่ต้องไปเรียนก็ได้ ถือว่าไปเที่ยวนะ " เอิ่ม เที่ยวเหรอ...น่าสนใจนะ" ฉันคิด
หลังจากที่ฉันตอบตกลงไม่นาน ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วจนตั้งตัวแทบไม่ทันเชียวล่ะ สุดท้ายฉันก็เดินทางไปแบบงงๆ และยังเข้าใจ(ผิด)ว่าตัวเองกำลังจะไปเที่ยวตั้ง 6 เดือนแน่ะ แต่ที่ต้องลงเรียนเพราะจะได้ไม่อดตาย(เพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้) อืม...คงเรียนแค่ขำๆอ่ะเนอะ ^___^
อ้อ! ทำไมต้องบริสเบนน่ะเหรอ ก็เพราะตอนที่เอเจนท์เอาเมืองมาให้เลือกว่าอยากไปที่ไหน ฉันบอกว่าฉันอยากไปเมืองที่มีทะเล (เด็กดอยก็งี้แหละ) เมืองที่อากาศไม่หนาว ฝนไม่ตกบ่อยเกินไป เมืองที่ไม่วุ่นวาย แต่ก็ไม่เงียบจนน่าเบื่อ และเป็นเมืองที่คนไทยไม่ค่อยไปกัน นั่นแหละ คือบริสเบนล่ะ
![]() |
| Holmes Institute Brisbane |
เป็นโรงเรียนที่เต็มไปด้วยความประทับใจ ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนธรรมดาๆไม่ได้หรูหราอะไร แต่ที่นี่ก็เปี่ยมไปด้วยความทรงจำ
ที่นี่เป็นที่ๆเปลี่ยนทัศนคติของฉันที่มีต่อภาษาอังกฤษโดยสิ้นเชิง จากคนที่กลัวภาษาอังกฤษมาก และมีทักษะการใช้ภาษาที่เลวร้ายถึงขั้นวิกฤตเลยทีเดียว กลายเป็นคนที่อยากเรียนภาษา และมีความสุขที่ได้เรียน
เพราะอะไรเหรอฉันเฝ้าถามตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่าทำไม ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ฉันเพียรเรียนภาษาอังกฤษมาแทบเป็นแทบตาย กลับสู้ระยะเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์ที่นี่ไม่ได้ ฉันใช้เวลาในการพัฒนาตนเอง จากระดับ Pre-Intermediate จนจบ Upper-Intermediate เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น
สิ่งที่ฉันค้นพบนั่นคือ แรงบันดาลใจและทัศนคติ นั่นเอง ก่อนหน้านั้นฉันเรียนเพียงเพราะเค้า(ใครก็ไม่รู้)บอกให้เรียน ครูสอนก็เรียนไป เรียนไปเพื่อสอบให้ผ่าน เครียดเนอะ >_<
จริงอยู่ว่าสิ่งแวดล้อมก็สำคัญ แต่ฉันก็เชื่อว่า การที่เราจะทำอะไรซักอย่าง หากเรารู้ว่าเราจะทำไปเพื่ออะไร มีจุดมุ่งหมาย มีแรงบันดาลใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อสิ่งที่เราทำ เราจะมีความสุขกับสิ่งนั้น และเราจะทำสิ่งนั้นได้เป็นอย่างดี (^__^)
![]() |
| With my friends |
นอกจากชีวิตในห้องเรียนแล้ว เพื่อนก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความประทับใจที่ดีให้กับฉัน เพื่อนที่มาจากประเทศต่างๆ ต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากมาย ทั้งยามมีสติ และยามไม่มีสติ
จากวันแรกเมื่อเราได้พบกัน จนถึงวันที่เพื่อนแต่ละคนต้องแยกย้ายกันไปตามหนทางของตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีค่าต่อความทรงจำของฉันเสมอ เธอเหล่านั้นร่วมกันสร้างความเป็นตัวตนของฉันในวันนี้ ฉัน...จากคนที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่กล้าคุยกับใคร เวลาคุยกับใครก็ไม่ยอมสบตา แอบชอบใครก็ได้แต่แอบมอง(ฮิ้ววววว...) กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจ กล้าพูด กล้าคุย มากขึ้น ยังรักและคิดถึงพวกเธอเสมอนะ
![]() |
| With my Friends |
การพัฒนาและการต่อยอด (Development - One more step)
หลังจากผ่านพ้นกำหนดเวลา 6 เดือน ที่ตกลงไว้กับพ่อและแม่ กลับกลายเป็นว่าฉันไม่อยากกลับเมืองไทยขึ้นมาซะงั้น มันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่าง....บางอย่างที่ทุกวันนี้ฉันก็บอกไม่ถูกว่าคืออะไร
แต่การอยู่ต่อครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่จะอยู่ด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นแน่นอนล่ะ ฉันต้องรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง(อย่างน้อยก็ต้องพยายามช่วยตัวเองให้มากที่สุดล่ะ)
ฉันคิดทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างว่าฉันจะอยู่ทำอะไรที่นี่ แน่ล่ะไม่ใช่การเรียน ป.โท เพราะฉันรู้สึกว่ายังไม่พร้อมและยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนอะไร สิ่งที่ฉันอยากทำตอนนี้คือการพัฒนาภาษาให้ดีขึ้นแบบที่เจ้าของภาษาเค้าฟังรู้เรื่องโดยไม่ต้องมานั่งตั้งใจฟังเราพูดแบบที่อาจารย์สอนภาษาฟัง
นี่ไงล่ะ ฉันจึงเกิดไอเดียว่าอยากจะไปเรียนอะไรที่จะมีโอกาสได้เรียนกับคนท้องถิ่นจริงๆ และได้ใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง แล้วฉันก็ได้คำตอบ....
Hospitality Management : Training in the restaurant
TAFE in Brisbane (TAFE : Technical And Further Education)
TAFE เป็นสถาบันการศึกษาของรัฐบาลออสเตรเลียที่เปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษและวิชาชีพในทุกสาขาวิชาซึ่งเป็นสถาบันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย บริหารและดำเนินการโดยรัฐบาลแห่งประเทศออสเตรเลีย หลักสูตรทุกหลักสูตรมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล TAFE เปิดสอนหลักสูตรสอนและจัดฝึกอบรมด้านวิชาชีพให้แก่ชาวออสเตรเลียและนักศึกษาทั่วไปรวมไปถึงนักศึกษาต่างชาติอีกด้วย TAFEเป็นสถาบันที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศออสเตรเลียเพื่อฝึกนักศึกษาให้มีความพร้อมในภาคปฏิบัติเพื่อประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(ที่มา: http://www.sydneysquare.com/studyinaustralia/tafe.html )
หลังจากที่ผ่านการทดสอบจนได้เข้ามาเรียนที่สถาบันแห่งนี้ ฉันได้พบกับเพื่อนใหม่มากมาย ทั้งเด็กนักเรียนท้องถิ่น ทั้งนักเรียนทุนจากโรงแรมต่างๆที่ส่งพนักงานมาเรียน รวมถึงนักเรียนจากประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, อังกฤษ และแน่นอน ฉัน นักเรียนไทยเพียงคนเดียวของห้อง
อาทิตย์แรกที่เปิดเทอมเป็นไปอย่างที่ฉันคิด ฉันต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจารย์สอนเป็นภาษาอังกฤษที่มีระดับความเร็วเป็นปกติ แถมยังไม่พูดซ้ำๆ เหมือนที่โรงเรียนภาษาอีก เพื่อนก็ยังไม่มี โอ้ย!....เครียด เครียดอะไร ไม่เท่ากับ การบ้านกองเท่าภูเขาเลากา (ใครบอกว่าเด็กฝรั่งไม่มีการบ้าน ฉันขอเถียงเลยล่ะ) หนักใจอะไรไม่เท่าการบ้านที่ต้องพรีเซนต์หน้าห้อง...เฮ้อ....
ฉันต้องปรับตัว เพื่อให้เรียนให้ทันเพื่อนๆ โดยการตั้งใจมากกว่าคนอื่นๆ เข้าห้องสมุด อ่านหนังสือไม่เข้าใจอะไรก็พยายามถามอาจารย์ ความอึดอัดใจต่างๆเหล่านี้หายไปทันทีเมื่อคะแนนสอบควอเตอร์แรกออก คะแนนที่ฉันได้อยู่ในเกณฑ์ดีเป็นที่น่าพึงพอใจ ความกล้าหาญ ความมั่นใจเริ่มกลับมา เริ่มสนิทกับเพื่อนๆมากขึ้น การเรียนของฉันหลังจากนั้นก็เป็นไปด้วยความสนุกสนาน ฉันเริ่มสนุกและมีความสุขกับการได้เรียนรู้ และได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งจากในห้องเรียนและจากเพื่อนๆ
ฉันเริ่มเรียนรู้ว่าไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินความพยายามของเรา หากแม้เราตั้งใจและพยายาม ถึงแม้จะใช้เวลานานแค่ไหน สุดท้ายความพยายามของเราก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด
My part-time job
งานพิเศษ (Part-time job)
สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้สำหรับการไปใช้ชีวิตต่างแดนของฉันนั่นคือการทำงาน แน่นอนล่ะอาชีพสามัญของนักศึกษาไทยส่วนใหญ่ย่อมหนีไม่พ้น การทำงานร้านอาหารไทย
ร้านอาหารไทยที่บริสเบนมีหลายร้าน กระจายไปตามที่ต่างๆ มีทั้งที่คนไทยเป็นเจ้าของ และร้านที่ไม่ได้มีคนไทยเป็นเจ้าของ ฉันเองก็ได้เข้าไปทำงานในหลายๆร้าน แต่ละร้านก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป หากเราเริ่มคล่องทั้งในด้านภาษาและทักษะการทำงาน บวกกับเริ่มมีช่องทางก็เริ่มขยับขยายไปทำร้านอื่นๆ หรืองานอื่นๆ ตามแต่โอกาสจะอำนวย
ประสบการณ์จากร้านอาหารก็เหมือนสีสันอีกอย่างหนึ่งของชีวิตทั้งในแง่บวกและในแง่ลบ ฉันว่าเป็นสถานที่ฝึกจิตใจให้เข้มแข็งอดทนได้เป็นอย่างดีเลยนะ
My holiday in Melbourne
วันหยุด (Holiday)วันหยุดเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญของคนที่นี่เลยนะ เพราะฉันมักจะโดนเพื่อนๆถามเสมอว่า วันหยุดที่ผ่านมาเธอไปเที่ยวไหนมา ไม่ก็ เธอทำอะไรในวันหยุด
คำตอบของฉันมีอยู่สองอย่าง คือ ทำงาน และ นอน มันก็จริงนี่น่า ฉันต้องทำงานหาค่าเรียนเอง หากมีเวลาว่างฉันก็ต้องทำงาน ถ้าไม่มีงานก็อยากจะนอนเฉยๆไม่อยากจะไปไหนทั้งนั้น
ซึ่งเพื่อนๆ มักจะบอกเสมอ ว่าคำตอบของฉันมันน่าเบื่อ ถึงขนาดที่ว่ามีเพื่อนคนหนึ่งถามฉันว่าฉันมาที่นี่เพื่ออะไร เพื่อมาทำงาน เพื่อมาเรียน หรือเพื่อหาประสบการณ์ หากการทำงานน้อยลงทำให้รายได้ลดลง ก็ให้ประหยัดมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ถ้าฉันลดการทำงานลงฉันก็จะพอมีเวลาออกไปหาประสบการณ์อื่นๆมากขึ้น พูดง่ายๆว่าฉันควรออกไปเที่ยวบ้างสินะ
นั่นล่ะมันจึงทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าจริงๆแล้วเราด้นดั้นมาถึงที่นี่เพื่ออะไร ถ้าฉันอยากเรียน ถ้าฉันอยากทำงานหาเงิน ฉันทำที่เมืองไทยก็ได้ ไม่ต้องมาถึงที่นี่หรอกจริงไหม
นี่สินะ ที่เค้าว่ากันว่า "ควรใช้ชีวิตให้มีความสมดุล" เหนื่อยนัก ก็พักบ้าง มีแรงก็สู้กันต่อไป
ประสบการณ์ต่างๆที่ฉันได้รับจากการผจญภัยครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตฉันไปมากมาย ฉันได้เรียนรู้ ได้รับ และได้ให้สิ่งดีๆมากมายระหว่างการเดินทางอันยาวนานครั้งนั้น
แต่สิ่งทั้งหมดนี้ไม่อาจเกิดขึ้นมาได้เลย หากขาดแรงสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่จากพ่อและแม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่คอยทั้งผลักทั้งดันให้กบน้อยในกะลาตัวนี้ได้ออกไปเห็นโลกกว้าง ให้ได้มีโอกาสไปเรียนรู้สิ่งต่างๆที่มีค่ามากมาย ขอบพระคุณจริงๆค่ะ
PS. English Version is coming soon.....
















